บทที่ 2 : Forex ทำเงินได้อย่างไร

Forex ทำเงินได้อย่างไร

การเทรดค่าเงินในตลาดฟอเร็กซ์(Forex)รูปแบบการซื้อ-ขาย(เทรด)จะอยู่ในรูปแบบคู่สกุลเงิน (Currency Pair)  กำไรหรือขาดทุนขึ้นอยู่กับส่วนต่างของค่าสกุลเงินที่กำลัง Match กันอยู่ ณ ขณะนั้น พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ การซื้อในราคาต่ำแล้วขายราคาสูง หรือการได้ขายในราคาสูงจากที่ซื้อมาราคาต่ำเป็นต้น ก็เหมือนกับการเทรดในตลาดหุ้นทั่วๆไป ถ้านักลงทุนท่านใดมีพื้นฐานการเทรดหุ้นมาก่อนแล้ว ก็สามารถมาต่อยอดเรียนรู้การเทรดค่าเงินในตลาดฟอเร็กซ์ได้โดยง่าย

ความหมายของคู่เงินที่กำลังแสดง(Forex)

ตัวอักษรย่อ สัญลักษณ์ และตัวเลข ที่กำลังแสดงในคู่สกุลเงินหนึ่งๆบ่งบอกอะไร ยังงัย?

ยกตัวอย่างคู่สกุลเงิน   EUR /USD = 1.1100 

ความหมายก็คือ สกุลเงินที่อยู่ด้านหน้าเครื่องหมาย / (สแลช) เรียกว่า Base Currency ถือเป็นสกุลเงินหลักที่มีส่วนสำคัญในการซื้อ-ขาย นั้นก็คือ EUR (สกุลเงินยูโรของยุโรป)  ต่อมาสกุลเงินที่อยู่ด้านหลังเครื่องหมาย / (สแลช) เรียกว่า  Counter Currency นั่นก็คือ USD (สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนตัวเลข (1.1100) หลังเครื่องหมายเท่ากับ(=) ก็คือจำนวนอัตราแลกเปลี่ยนของ Counter Currency (USD) ที่มีค่าต่อ 1 หน่วย ของ Base Currency (EUR)

หลักการจำง่ายๆ ก็คือสกุลเงินตัวหน้า( Base Currency) จะมีค่าเป็น 1 เสมอ และเป็นรากฐานสำคัญของการซื้อ-ขาย อย่างเช่นในตัวอย่างด้านบน  (EUR /USD = 1.1100) ความหมายก็คือ 1 ยูโรมีค่าเท่ากับ 1.1100 ดอลลาร์

ในการซื้อหรือขายสกุลเงินที่กำลังจับคู่กันอยู่  ต้องเข้าใจด้วยว่า ขณะที่เรากำลังซื้อ ก็คือเรากำลังขาย สกุลเงินที่กำลังจับคู่กันอยู่นั้น  และในกรณีขายก็เช่นกัน  และต้องเข้าใจด้วยว่า สกุลเงินหลักด้านหน้าที่เรียกว่า Base Currency คือ Basic เป็นรากฐานสำคัญของการซื้อขาย

การซื้อ-ขาย (เทรด) กำไร-ขาดทุน ดูจากตรงไหน ดูยังงัย???

หลักการง่ายๆของการลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ก็เหมือนกับการค้า หรือการลงทุนทั่วๆไปนั่นก็คือ ซื้อถูก ขายแพง ขายราคาแพงๆ พอราคาตกก็ซื้อมาเก็บไว้รอขายเวลาที่ราคามันขึ้น เช่น เหมือนการลงทุนซื้อทองเป็นต้น

จะคาดการณ์ได้อย่างไร

มีการวิเคราะห์ตลาด Forex 2 ประเภท:

  • เทคนิคและพื้นฐาน
  • การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะขึ้นอยู่กับกราฟราคาเท่านั้น มันแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดตอนนี้และสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นก่อนหน้านี้

การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นไปตามสมมติฐานทั้งสาม: ข้อแรกคือ ทุกตลาดลดทุกอย่าง นั่นหมายความว่าข้อมูลทั้งหมดสะท้อนในราคา – ปัจจัยทางเศรษฐกิจการเมืองและอื่นๆ –

ราคาซื้อ ราคาขาย (Bid and Ask price)

เนื้อหาถัดไปที่เราจะเรียนกันคือ Bid และ Ask ราคาที่เราจ่ายไปเพื่อซื้อคู่เงินเรียกว่า Ask มันมักอยู่เหนื่อตลาดเพียงเล็กน้อย ราคาที่เราขายคู่เงินบน Forex เรียกว่า Bid มันมักอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดเพียงเล็กน้อยราคาที่เราเห็นบนแผนภูมิเป็นราคา Bid เสมอ ในภายหลังเราจะพบวิธีการราคา Ask ในแพลตฟอร์มการค้าของเราราคา Ask สูงกว่าราคา Bid โดยไม่กี่ pips เสมอ ความแตกต่างระหว่างทั้งสองราคานี้เรียกว่า spreadSpread คือค่าคอมมิชชั่นที่เราจ่ายให้กับโบรกเกอร์ของเราสำหรับทุกๆธุรกรรม คุณอาจต้องเผชิญกับตรรกะที่คล้ายคลึงกันในการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน: อัตราสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อมักแตกต่างกันออกไป

ตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยนของ EUR/USD Bid/Ask คือ 1.1250/1.1251คุณจะสามารถซื้อคู่เงินที่ราคา Ask ที่สูงกว่าา 1.1251 และขายมันที่ต่ำกว่าราคา Bid ที่ 1.1250 ที่สื่อถึง spread 1 pipยิ่งสกุลเงินได้รับความนิยมมากเท่าไหร่, spread จะเล็กลงมากเท่านั้นตัวอย่างเช่น spread ของธุรกรรมในคู่เงิน EUR/USD มักมีน้อยมากหรือเป็นไปตามที่เทรดเดอร์กล่าวว่าแน่นโปรดสังเกตว่าค่าใช้จ่าย spread ใน Forex มักจะไม่สำคัญเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในตลาดหุ้นหรือตลาดสิทธิ ตามที่ spread ถูกอ้างถึงใน pips, เทรดเดอร์สามารถคำนวณต้นทุนของการค้าได้โดยการคูณ spread ใน pip โดยค่า 1 pip

Spread คืออะไร

Spread คือ ค่าธรรมเนียมในการเทรดแต่ละ Order ที่เราต้องจ่ายให้โบรกเกอร์นั้นเองครับ โบรกเกอร์แต่ล่ะโบรกเกอร์จะมีค่า Spread ไม่เท่ากัน ทุกครั้งที่เราเปิด Order ไม่ว่าจะ Buy หรือ Sell ค่าจะติดลบทันที ดังนั้นค่า Spread ยิ่งมีค่าน้อยเราก็จะติดลบน้อย และทำให้เราได้กำไรจากการเทรดมากขึ้น เพราะเสียค่า Spread ต่อการเทรดหนึ่งครั้งน้อยลงนั้นเองครับ

ค่า Spread จะเป็นส่วนต่างของราคา Bid กับ Ask ในตาราง Mt4 ยกตัวอย่างคู่เงิน EUR/USD มีค่า Bid และ Ask ดังนี้
Bid = 1.29922
Ask = 1.29887